มาอีกตอนจ้า....

ความเดิมตอนที่แล้ว...

ภาพที่ผมกำลังมองอยู่ ทำให้ผมรู้สึกเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นภาพสโลว์โมชัน ผมได้แต่อ้าปากค้างอย่างไม่รู้ตัว   จะบ้าตาย!!! เธอไม่ได้ดิ่งลงมาอย่างที่ควรจะเป็น เธอค่อยๆปลิวลงมา ปลิวลงมาเรื่อยๆเหมือนกระดาษ นี่มันคนหรืออะไรวะ?

 

บทที่ 1 ความลับ

ตอนที่ 2

 

ฉันนึกว่าฉันคงตายไปแล้ว...

ตอนที่ลืมตาขึ้นมา เห็นดวงตาสีเทาอีกคู่หนึ่งมองฉันอยู่ ... ฉันนึกว่าลูซิเฟอร์ขึ้นมารับฉันแล้วเสียอีก แต่มันก็บ้าชะมัด แทนที่ฉันจะตายกลับมีนายนั่นมารับตัวฉันไว้ ถ้าอย่างนั่น นายนั่นก็ต้องรู้แล้วแน่ๆว่าฉันกลายเป็นตัวประหลาด ทำยังไงดีล่ะ... นายนั่นต้องเอาเรื่องของฉันไปเล่าให้คนอื่นฟังแน่ๆ ให้ตายฉันก็ไม่ยอมให้มันกลายเป็นแบบนั้นเด็ดขาด

- ฉันคงต้องทำอะไรสักอย่าง...

เช้าวันนี้ ฉันไปโรงเรียนทั้งที่ไม่อยากจะไปเลยสักนิด แต่ถ้าไม่ไปนั่นก็อาจจะเป็นการเปิดทางให้นายนั่นเอาความลับของฉันไปแพร่งพรายให้คนอื่นรู้แน่ๆ  ยังไงก็ตามความลับนี้ก็ต้องเป็นความลับตลอดไป

- ว่าแต่นายนั่นชื่ออะไรนะ...

กระเป๋าของฉันกับรองเท้าที่หายไปวางอยู่ที่โต๊ะ มันมาได้ยังไง ก็เมื่อวานฉันโดนเอามันไปซ่อนนี่นา ของพวกนั้นถูกพวกงี่เง่าละเลงกาวจนเปื้อนไปหมดแล้วเอาไปโยนทิ้งไว้ด้านนอกที่กั้นของดาดฟ้า แต่ตอนนี้...

- นายนั่น...

แล้วนายนั่นก็เดินเข้ามาหาฉันที่โต๊ะตัวนี้ เขาวางโทรศัพท์มือถือของฉันที่หายไปลงบนโต๊ะแล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของเขา พวกผู้ชายหลายคนต่างหันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น

- ถึงนายทำดีกับฉันยังไง ฉันก็ไม่ไว้ใจนายอยู่ดี

ช่วงนี้ผมเสียวสันหลังชอบกล รู้สึกเหมือนมีใครจ้องมองตลอดเวลา ทั้งที่บางทีตอนนั้นก็มีผมอยู่แค่คนเดียว แต่ช่างเถอะ ผมคงรู้สึกไปเอง

เย็นนี้ก็เหมือนทุกวันที่ผมได้กลับบ้านก็ต่อเมื่อทำงานของกรรมการนักเรียนเสร็จ ครับ ผมเป็นหัวหน้าห้องและก็ต้องพ่วงตำแหน่งกรรมการนักเรียนเข้าไปด้วยอย่างปฏิเสธไม่ได้  เฮ้อ ผมไม่ได้อยากทำงานเพื่ออุทิศตัวให้แก่เพื่อนๆอย่างนี้หรอก ถ้าไม่โดนบังคับล่ะก็นะ... นึกถึงแล้วยังโมโหตัวเองไม่หาย

ผมไม่น่าตื่นสายตั้งแต่วันแรกของวันเปิดเรียนเลย

เช้าวันนั้น ผมกระโดดข้ามรั้วเข้าโรงเรียนไปในตอนสาย มันยังไม่สายมากเท่าไหร่นัก ยังไม่ถึงเวลาโฮมรูม ถ้าผมวิ่งไปถึงที่ห้องเร็วพอ ก็คงไม่มีใครรู้ว่าผมมาสาย

หวานหมู..อาจารย์ยังไม่มา ทันเวลาพอดี

ไอ้ตาเดินเหมือนหมดเรี่ยวแรง วางสมุดบันทึกเวลาเรียนสีชมพูแปะลงบนโต๊ะของตัวเอง แล้วนั่งคร่อมเก้าอี้เอาคางเกยพนักพิงหันหน้ามาทางผม

“แกนี่น้า...มาสายตั้งแต่วันแรกเลยนะ”

“เออ ตื่นสายไปหน่อย ดีนะปีนรั้วเข้ามาทัน”

“อยากมาสายได้มั่งว่ะ” ไอ้ตาบ่นพึมพำ ทำหน้าเหี่ยวเหมือนกับว่าแก่นำอายุไปแล้วสักสิบปี แล้วหันกลับไปทางหน้าห้องเมื่ออาจารย์หุ่นสุดเพอร์เฟค(แต่หน้าตาธรรมดาสุดๆ)เดินเข้ามา เธอคนนี้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาห้องของพวกเราเอง ผมล่ะสงสัย ไอ้การเป็นหัวหน้าห้องนี่มันบั่นทอนพลังชีวิตขนาดนี้เลยเรอะ

อาจารย์ก็เหมือนเคยยังโสดทั้งที่อายุเข้าเลขสามแล้ว ช่วงปิดเทอมคงอยู่ในแต่ในโรงเรียนไม่มีเวลาไปหาแฟนแน่ๆ แถมยังขี้บ่นในเรื่องจุกจิกเช่นเคย ผมก็ฟังๆไปอย่างนั้น บางคนนั่งหลับไปแล้วด้วยซ้ำ และเช้าวันนี้คงเหมือนทุกๆวันที่ผมคงจะลืมๆมันไปเพราะไม่มีอะไรน่าจดจำ ถ้าอาจารย์ไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมา

“วันนี้เปิดเรียนวันแรก คงไม่มีใครมาสาย ใช่มั้ยจ้ะ...” เธอยิ้มไปทั่วห้องและมาหยุดที่ผม “ณภัทร”

“ครับ” ผมรับคำ แต่ไหง...ถึงมาถามผมล่ะ ลางร้ายเริ่มปรากฏเสียแล้ว

“ไม่ได้เข้าแถว ไม่ได้อยู่แถวสาย ไปไหนมาจ้ะ”

“ไปห้องน้ำครับ” ผมตอบไปตามที่เตรียมไว้ แต่รอยยิ้มเหมือนรู้ทันนั่นทำให้ผมเริ่มใจฝ่อ จะรอดไหมเนี่ย...

“อยู่ห้องน้ำ... แล้วไอ้คนที่มันกระโดดกำแพงโรงเรียนเข้ามา น่ะใคร!!! หา!!!” จากเสียงหวานในคราวแรก กลายเป็นเสียงโหด พร้อมๆกับแท่งชอล์คที่บินอย่างเร็วมาทางผม ทำเอาแทบหลบไม่ทัน

-ไม่รอด ไม่รอดแน่ๆ.

ผมเตรียมตัวไว้อาลัยให้ตัวเอง ทันทีที่ร่างเพรียวไม่เข้ากับหน้าตานั้นก้าวฉับๆมายืนค้ำคุกคามเหนือหัวผม รังสีอำมหิตแผ่กระจายจนแทบหายใจไม่ออก

“ครูจะทำยังไงกับเธอดี ฮึ! มาสายได้ทุกวัน ตั้งแต่เทอมแรก จนเทอมนี้วันแรกแท้ๆ อย่านึกว่าครูไม่รู้นะว่าบ้านเธออยู่ข้างๆโรงเรียนนี่เอง เดินมาแค่ 5 นาทีก็ถึง แล้วจะแก้ตัวว่าไง ห๊า!!!” ระดับเสียงที่สุดขึ้นเรื่อยๆจนแก้วหูแทบแตก กับนิ้วที่มีเล็บยาวจิกมาที่หูผมดึงขึ้น จนผมต้องลุกยืนขึ้นตามแรงดึง โอ๊ยยยย!! “ฉันจะเอาไงดี!!!”

“เอาไงดี หืม...รัชตะ” เธอเดินเลยไปที่โต๊ะไอ้ตาข้างหน้าผม “เพื่อนเธอนี่ขาดความรับผิดชอบอย่างแรงเลยนะ”

“ครับ...อาจารย์” มันตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ใยดีกับอะไรทั้งสิ้น สมุดสีชมพูน่าเกลียดเล่มนั้นถูกคีบขึ้นมาด้วยนิ้วชี้กับนิ้วโป้ง แล้วโยนแปะลงมาบนโต๊ะผม

- เวรกรรมมาตกที่ผมแล้วไง...

“ในเมื่อไม่มีความรับผิดชอบดีนัก”

“ปึ้ง!!!”มือตบลงมาบนโต๊ะตรงหน้าผมอย่างแรง ไม่ต้องข่มขู่กันขนาดนั้นก็ได้ม้างง... “ต่อไปนี้ เธอต้องเป็นหัวหน้าห้องแทนรัชตะ ต้องรับผิดชอบสมุดเล่มนี้ ต้องดูแลทุกอย่างในห้องนี้ ถ้าทำไม่ได้ ตาย!!!”

ผมไม่แปลกใจเลยว่าคนเชปดีขนาดนี้ยังเหลืออยู่บนคานได้ยังไง

ผมเกือบลืมไปว่าวันนี้เป็นเวรตรวจระเบียงทางเดินก่อนกลับบ้าน ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกรรมการนักเรียนต้องมาทำหน้าที่อะไรพวกนี้ด้วย ก็นี่มันงานของภารโรงไม่ใช่เหรอ

ผมไม่เคยคิดว่าอาคารเรียนตอนเย็นมันจะให้ความรู้สึกวังเวงขนาดนี้ ผมยืนรอลิฟท์ที่ชั้นล่างสุดเพื่อจะเดินตรวจจากชั้นบนสุด ลิฟท์ค้างอยู่ที่ชั้น 4 ตอนที่ผมกดเรียกลงมา สักพักหนึ่ง ลิฟท์ก็เปิด

“แคร่ก ๆๆๆ” เสียงประตูลิฟท์ ทำให้ผมหลอนได้ใจจริงๆ จินตนาการเริ่มฟุ้งซ่าน จนผมไม่กล้าหันกลับไปมองด้านหลัง ก็ถ้ามีใครอีกคนอยู่ในลิฟท์ด้วยเหมือนในหนังล่ะก็...

“ปิ๊ง!!!แคร่กๆๆๆ!!!” ลิฟท์เปิดที่ชั้น 4 เย็นป่านนี้แล้ว ใครยังมากดลิฟท์อยู่อีก ผมชะโงกหน้าออกไปดู ไม่มีใคร...

- สงสัยลิฟท์มันรวนมั้ง?

ผมถอยกลับเข้ามา แล้วกดลิฟท์ปิด แต่ก่อนที่ประตูลิฟท์จะปิดสนิท... ผมเห็นอะไรบางอย่างสีขาวผ่านไป...

ในที่สุดผมก็มาถึงชั้นบนสุดอย่างโล่งอกที่ได้ออกจากลิฟท์เสียที แต่ก็หวังว่าเมื่อครู่นี้ผมคงตาฝาด ผมไม่ได้เห็นอะไรหรอก ผมคงคิดไปเอง

                แต่ช่างเถอะ...ถึงจะเจอผีหรือเจออะไรผมคงไม่แปลกใจได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว เรื่องเมื่อเย็นวันนั้นยังคงค้างคาอยู่ในหัวของผมตั้งแต่ตอนนั้น ภาพที่กาวลอยลงมาจากตึกก็ยังคงเห็นซ้ำไปซ้ำมาทุกครั้งที่ผมไม่ได้คิดอะไร มันเป็นไปได้หรือที่คนๆหนึ่งที่มีรูปร่างปกติจะมีน้ำหนักที่เบาถึงขนาดนั้น ไม่ใช่สิ แทบจะไม่มีน้ำหนักเลยเสียมากกว่า สัมผัสที่ผมอุ้มเธอไว้กับอกผมยังจำได้ดี ผิวหนังเธอนุ่มนิ่มไปหมด แต่กลับไม่มีน้ำหนักเหมือนกับว่าร่างกายภายในของเธออัดเอาไว้ให้เป็นรูปเป็นร่างด้วยอากาศ มันเกิดขึ้นได้เพราะอะไร แปลกจริงๆ แต่นี่คงเป็นสาเหตุที่เธอทำให้เธอปลีกตัวออกจากทุกคน ทำตัวเหมือน ‘มนุษย์ล่องหน’ อย่างที่ใครพูดถึงเธอกันอย่างนั้นหรือ มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ แต่อยู่ๆน้ำหนักของคนเรามันหายไปได้ยังไง แล้วเธอตกลงมาจากตึกได้ยังไง

                ผมเดินผ่านตามห้องเรียนแต่ละห้อง ปิดประตูบางห้องที่เปิดทิ้งไว้ บางห้องก็ไม่ได้ปิดไฟ ปิดพัดลม ผมเดินมาจนสุดริมระเบียง ลงบันได ระหว่างที่เดินวนกลับตรงชานพักบันได ไอ้ความรู้สึกที่เหมือนเห็นอะไรวูบผ่านไป ก็ยังมาติดปลายตา นี่ผมกลายเป็นคนจิตอ่อนตั้งแต่เมื่อไหร่

                ผมเร่งเดินเร็วๆ จะได้ให้มันเสร็จๆไป จนมาถึงห้องเรียนของผม หน้าต่างยังเปิดทิ้งไว้อยู่ ไอ้พวกเวร(ทำความสะอาด) คงไม่ได้ปิดหน้าต่าง ผมเดินเข้าไปในห้องที่ค่อนข้างมืด เดินไล่ปิดหน้าต่างทีละบานจนบานสุดท้ายความรู้สึกวาบๆที่หลังทำให้ผมหันกลับไปอย่างเร็วที่ประตู

                “เฮ้ออ...” ผมถอนใจโล่งอกที่มองไปแล้วไม่เห็นอะไร ผมรีบเดินออกจากห้องที่เริ่มจะมืดสนิทเพราะแสงที่ส่องมาทางประตูมีน้อยลงทุกทีแล้ว เรี่ยวแรงสำหรับวันนี้ของผมก็เหลือน้อยลงทุกทีเช่นกัน ผมเริ่มคิดถึงฟูกนุ่มๆเต็มแก่ ผมมัวแต่นึกถึงเรื่องเหล่านั้น ไม่นึกเลยว่าอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น

                “บึ้ก!!! อึ่ก!!!” ของแข็งถูกเหวี่ยงมาจากทิศทางใดผมไม่รู้แต่มันแรงพอที่ผมจุกจนตัวงอ ตามมาด้วยแรงกระแทกที่ท้ายทอยจังหวะที่ผมค้อมตัวลงส่งให้ผมลงไปกองอยู่ที่พื้น

                “โอย...” ผมสะบัดหัวไล่ความมึนและก่อนที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ผมก็เห็นเท้าของผู้หญิงเดินมาข้างๆตัวผม แล้ววัตถุที่ค่อนข้างหนักก็ถูกทุ่มลงมาบนหลังผมอย่างแรง  “อ่อก!!!”

                ไอ้ความรู้สึกวาบๆที่ผมเป็นมาตลอด คำตอบก็คือยัยนี่ๆเอง ว่าแต่ยัยนี่ใคร...

 

เออ...? ยัยนี่ใคร?

พระเอกของแกงจะโดนเชือดหรือไม่

แล้วยัยนี่ใคร...? อยากรู้ต้องตามต่อค่า

edit @ 13 Sep 2011 12:24:58 by แกงจืดเต้าหู้

Comment

Comment:

Tweet

tbE0N5 <a href="http://kxfnjughszym.com/">kxfnjughszym</a>, [url=http://hrqeaccorfvg.com/]hrqeaccorfvg[/url], [link=http://tcoahveyapuj.com/]tcoahveyapuj[/link], http://jdxqbcofnwgx.com/

#1 By FpVeUWxw (176.8.88.41) on 2012-02-13 12:23